หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: 30 กรกฎาคม, 2010, 03:21: PM 
เริ่มโดย คนคอน - กระทู้ล่าสุด โดย arsia
การร้องไห้เป็นทางออกที่ดีกว่าที่จะมานั่งเถียงกันว่าป่าว!!!

 2 
 เมื่อ: 24 มิถุนายน, 2010, 02:23: PM 
เริ่มโดย legor - กระทู้ล่าสุด โดย legor
คุณค่าของการละหมาด ตะฮัจยุด 

1. อัลลอฮ์ (ซ.บ) จะให้ ลิ้นของเรามี ฮิกมะห์ พูดอะไร เข้าใจง่ายและอยากฟัง

2. ละหมาด ตะฮัจยุด 2 รอกากอัต ดีกว่าโลก และ ทรัพสิน ที่มีอยู่

3. มีแสงสว่างในกุโบร์

4. เห็น สวรรค์ ก่อนตาย

5. ทำให้ ร่างกายแข็งแรงลบล้างความชั่ว

6. คนที่ละหมาดตะฮัจยุด เป็น อิสติกอมะห์ อัลลอ์ฮ์ จะยกเกียรติ สูงสุดให้แก่เค้า

7. ปลอดภัยจากโรคร้าย และ บาลอ ต่างๆ

8. เป็นเวลาที่ใกล้ชิดอัลลอฮ์มากที่สุด เพราะ ดุอาจะถูกตอบรับ

9. ก่อนนอนหากเราเหนียตละหมาดตะฮัจยุดแต่ไม่ตื่น เค้าก็จะได้ผลบุญนั้นเช่นกัน

10. เป็น อาม้าลของคนซอและห์

11. เป็น หัวใจของละหมาด สุนัตทั้งหมด

12. ขอดุอา เพื่อฮิดายัตทั่ว โลก

13. ผู้ปลุกคนให้ละหมาดตะฮัจยุด เขาจะได้ผลบุญเท่ากับ "ซิเกรทั้งคืน"

มาชาอัลลอฮ์ เป็นอย่างที่นบีบอกจริงๆว่า ความดีนั้นมีมากมาย แต่ อัสตักฟิรุ้ลลออ์ คนทำมันน้อยเหลือเกิน ท่าฮาฟิซ อิบนิ มาญัร ได้ กล่าวไว้ในหนังสือของท่าน ชื่อว่า มุนับบิฮัตว่า มีเช่นเดียวที่จะ ขจัดมัน คือ

1. ความรักต่อโลก เป็น ความมืด แสงสว่างของมันคือการ ตักวา

2. การกระทำบาปเป็น ความมืด แสงสว่าง ของมันคือ การสารภาพผิด

3. ชีวิตในหลุมศพ คือ ความมืด แสงสว่างของมัน คือ ลาอี้ลาฮาอิ้ลลั้ลลอฮ์

4. ชีวิตในวันโลกหน้าคือความมืด แสงสว่างของมันคือ การประกอบคุณงามความดี

5. สะพาน ซีร็อตคือ ความมืด แสงสว่างของมัน คือ การศรัทธา อย่างมั่นคง



จาก forward mail

 3 
 เมื่อ: 23 เมษายน, 2010, 04:28: PM 
เริ่มโดย คนคอน - กระทู้ล่าสุด โดย amri2266
ชื่อท่านอิหม่าม ชาฟีอี  มีความหมายว่าอย่างไรครับ  ผู้รู้ช่วยตอบด้วยน่ะครับ

 4 
 เมื่อ: 27 มกราคม, 2010, 11:05: AM 
เริ่มโดย คนคอน - กระทู้ล่าสุด โดย คนคอน
นายธนาคาร และ ชาวประมง
ขณะที่นายธนาคารคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ที่ท่าเรือของหมู่บ้านชาวประมง -- เขาได้เห็น
ชายชาวประมงคนหนึ่งกำลังนำเรือลำเล็กเข้าเทียบท่า ภายในเรือลำนั้นเต็มไปด้วย
ปลาทูน่าตัวใหญ่อยู่หลายตัว เมื่อนายธนาคารเห็นดังนั้น ก็ชื่นชมในความสามารถของ
ชายชาวประมงที่จับปลาได้ในปริมาณมากขนาดนั้น นายธนาคารจึงถามชาย
ชาวประมงคนนั้นว่า ได้ใช้เวลานานเท่าไหร่ที่จะจับปลาได้มากมายขนาดนี้
ชาวประมง ตอบว่า “ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอกครับ”
นายธนาคาร ถามต่อว่า “แล้วทำไมนายถึงไม่ใช้เวลาอยู่บนเรือเพื่อจับปลาให้ได้มากกว่า
นี้หละ”
ชาวประมง ตอบ “จำนวนปลาที่ผมจับมาได้ ก็มากเกินพอสำหรับความต้องการของ
ครอบครัวผมแล้วหละครับ”
นายธนาคาร “แล้ว นายใช้เวลาว่างที่เหลือจากการหาปลา ทำอะไรหละ”
ชาวประมง ตอบ “ผมก็มักจะนอนดึกๆ ตกปลาบ้าง เล่นกับลูกๆบ้าง ไม่ก็นอนกลางวัน
กับเมียผม พอตกเย็นผมก็เดินเล่นรอบหมู่บ้าน แล้วก็ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว แค่นี้ผมก็ถือ
ว่าผมมีชีวิตที่สมบูรณ์ และยุ่งมากพอแล้วหละครับ”
นายธนาคาร “ตัวฉันเนี่ยะ เรียนจบปริญญาโทบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ฉันคิดว่าฉันสามารถช่วยนายได้ ฉันว่านายน่าจะใช้เวลาในการตกปลาให้มากกว่านี้
นะ พอได้กำไรจากการหาปลาเพิ่มขึ้นแล้ว นายก็จะสามารถซื้อเรือลำใหญ่กว่านี้ แล้วเมื่อ
นายมีเรือลำใหญ่ขึ้น ก็จะทำให้หาปลาได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้นายมีผลกำไรมากพอที่จะซื้อ
เรือเพิ่มขึ้นอีกหลายลำ” จากนั้นนายก็หาเรือเร็วสำหรับการตกปลาโดยเฉพาะ” “อีก
อย่าง แทนที่นายจะขายปลาที่นายจับมาได้ในฐานะ “พ่อค้าคนกลาง” นายก็จะ
กลายเป็น “พ่อค้ารายใหญ่” ที่ขายตรงกับผู้ประกอบการ และอีกไม่นานนัก นายก็เปิด
โรงงานธุรกิจอาหารกระป๋องได้เองเลย จะได้ดูแลตัวผลิตภัณฑ์ การผลิต รวมไปถึงการจัด
จำหน่ายด้วยตัวเอง พอถึงตอนนั้นแล้ว..นายก็จะได้ออกไปจากหมู่บ้านประมงเล็กๆ นี้
แล้วย้ายไปอยู่ในตัวเมือง และท้ายที่สุดนายก็จะสามารถขยายธุรกิจให้ขยายใหญ่ออกไป
ได้อีก”
ชาวประมง ถาม “แต่ว่า มันจะใช้เวลานานเท่าไหร่ ผมถึงจะทำได้อย่างที่ท่านว่ามาหละ
ครับ”
นายธนาคาร ตอบ “ประมาณ 15 – 20 ปีน่ะ”
“แล้วผมจะได้อะไรหลังจากนั้นหรือครับ” ชาวประมงถามอย่างสงสัย
นายธนาคาร ตอบ “เมื่อทุกอย่างลงตัว นายก็จะได้ประกาศขายหุ้นของบริษัท ให้คน
ทั่วไปมาลงทุน จากนั้นนายก็จะกลายเป็นเศรษฐี ทำเงินได้เป็นล้านๆ เลยนะ”
“เงินเป็นล้านๆ เชียวหรือครับ?? แล้วจากนั้นผมจะได้อะไรหลังจากนั้นอีกหรือ”
ชาวประมงถาม
นายธนาคาร ตอบ “ถึงตอนนั้น นายก็จะได้เกษียณตัวเอง ย้ายกลับเข้ามาในหมู่บ้าน
ประมงแห่งนี้ แล้วนายก็จะได้นอนดึกๆ ตกปลาบ้าง เล่นกับลูกๆ ของนาย มีเวลานอน
กลางวันกับเมียนาย พอตกเย็นก็เดินเล่นรอบหมู่บ้าน แล้วก็ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวนายไง
หละ”
แล้วท่านหละ อยากจะเป็น “นายธนาคาร” หรือ “ชาวประมง”

 5 
 เมื่อ: 27 มกราคม, 2010, 11:01: AM 
เริ่มโดย คนคอน - กระทู้ล่าสุด โดย คนคอน
เหตุใด “สตรี” จึงร้องไห้ (อย่างไม่มีเหตุผล)
เด็กชายคนหนึ่งถามแม่ว่า “แม่ครับ ทำไมแม่ถึงร้องไห้”
“เพราะแม่อยากจะร้อง” ผู้เป็นแม่ตอบ
“ผมไม่เข้าใจเลย” เด็กชายพูดขึ้นมา
แม่ดึงเด็กชายมากอดและพูดว่า “หนูไม่มีวันเข้าใจหรอก ลูก”
หลังจากนั้น เด็กชายจึงไปถามพ่อแทน “พ่อครับ ทำไมแม่ถึงร้องไห้ไม่มีเหตุผล”
“ผู้หญิงทุกคนก็มักจะร้องไห้ไม่มีเห็นผลอย่างงี้แหละ ลูก” พ่อตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
เด็กชายยังคงสงสัยว่าทำไมผู้หญิงถึงร้องไห้ ท้ายที่สุดเขาจึงตัดสินใจถาม “เชคอาวุโส” ผู้
มีความรู้ดีท่านหนึ่ง “ท่านต้องรู้คำตอบนี้แน่ๆ” เด็กชายคิด
“เชคครับ! ผมอยากทราบว่า ทำไมผู้หญิงถึงร้องไห้ง่ายจังเลยครับ”
เชคตอบว่า “ครั้งเมื่ออัลลอฮฺได้สร้าง “สตรี” ขึ้นมานั้น พระองค์ทรงทำให้พวกนางนั้น
มีความพิเศษในตัวเอง
พระองค์ทรงทำให้ไหล่ของนางนั้นแข็งแรงพอที่จะแบกรับน้ำหนักของโลกทั้งใบได้ อีก
ทั้งประทานแก่นางซึ่ง “ความนุ่มนวลมีเมตตา” เพื่อที่พวกนางนั้นจะคอยสร้างความ
สบายใจ (แก่คนรอบข้าง),
พระองค์ทรงประทาน “ความเข้มแข็ง” ไว้ภายในตัวนาง เพื่อให้มีความอดทนต่อ
ความเจ็บปวดยามที่พวกนางให้กำเนิดบุตร, และอดทนต่อการถูกปฏิเสธหรือการ
ทอดทิ้งจากบุตรของนาง,
พระองค์ทรงประทาน “ความแกร่ง” แก่นางเพื่อช่วยให้พวกนางนั้นสามารถดำเนิน
ชีวิตต่อไปได้ ในยามที่คนรอบข้างตัวนางต่างหมดหวังและละทิ้งทุกอย่าง อีกทั้งพวก
นางยังต้องคอยดูแลครอบครัวในขณะที่พวกนางเองก็เจ็บป่วยและเหนื่อยล้าหากแต่
นางไม่เคยบ่น,
พระองค์ทรงประทาน ”ความอ่อนโยน” แก่พวกนางเพื่อที่พวกนางจะคอยมอบความ
รักความเข้าใจแก่บุตรของนางไม่ว่าจะอยู่ภายใต้สถานการณ์ใดๆ หรือแม้ว่าบุตรของ
นางจะทำร้ายจิตใจนางเพียงใดก็ตาม,
พระองค์ทรงทำให้พวกนางมี “ความอดทน” แบกรับกับความผิดพลาดต่างๆ ของ
สามี และทรงสร้างนางจากซี่โครงของสามีนางเพื่อคอยปกป้องดูแลจิตใจเขา,
พระองค์ทรงประทานซึ่ง “สติปัญญา” เพื่อให้พวกนางตระหนักว่าแท้จริงแล้วสามีที่ดี
นั้นย่อมไม่ทำร้ายนาง หากแต่บางครั้งนางอาจได้รับการทดสอบความเข้มแข็งของนาง
และสุดท้ายการตัดสินใจของนางก็คือการคอยอยู่เคียงข้างเขาอย่างยืนหยัดและมั่นคง
แต่ท้ายที่สุดพวกเขา (บรรดาสามี) ก็ทำให้พวกนางต้องมี “น้ำตา”
และนี่แหละคือ “น้ำตาของนาง” และมีเพียงแค่สิ่งนี้เท่านั้นที่พวกนางจะใช้มันเมื่อไหร่
ก็ได้ยามที่พวกนางต้องการ พวกนางไม่มีเหตุผล ไม่มีคำอธิบาย เพราะ “น้ำตา” เป็น
ของนาง”
ตอนนี้หนูเข้าใจแล้วใช่ไหมว่า “ความงามของสตรีนั้นไม่ได้อยู่เสื้อผ้าที่พวกนางใส่
หรือความสวยบนใบหน้าของนาง หรือวิธีการหวีผมของนาง ความสวยของพวกนาง
นั้นสามารถมองเห็นได้จาก “แววตา” เพราะมันเป็นประตูไปสู่หัวใจของนาง สถานที่
ที่เต็มไปด้วย “ความรัก”
เด็กชายได้รับคำตอบแล้ว และเด็กชายก็ไม่เคยถามคำถามนี้อีกเลย

 6 
 เมื่อ: 22 มกราคม, 2010, 03:40: AM 
เริ่มโดย legor - กระทู้ล่าสุด โดย legor
การรู้จักอัลลอฮฺ (มะอฺรีฟะตุลลอฮฺ) เป็นรากฐานของชีวิตและจิตวิญญาณ เราได้รู้จักนบีและรอซูล รู้จักหน้าที่และคุณลักษณะของพวกเขา รู้ถึงความจำเป็นของมนุษย์ที่ต้องมีต่อสาส์นของอัลลอฮฺ รู้จักมั๊วะญิซัต กะรอมะฮ์ คัมภีร์จากฟากฟ้า รู้จักมาลาอีกะฮฺ ญิน และวันอาคีเราะฮฺ

คนที่รู้จักอัลลอฮฺ (ซ.บ.) แน่นอนเขาย่อมรู้ถึงเป้าหมายของชีวิตว่า เขาถูกสร้างขึ้นมาทำไม และเขาต้องอยู่บนโลกนี้เพื่อเป้าหมายใด ด้วยเหตุนี้เขาจะไม่ถูกล่อลวงโดยความรื่นรมย์ของโลกดุนยา จะไม่ลุ่มหลงกับทรัพย์สินที่มีอยู่บนโลกนี้ แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักอัลลอฮฺ แน่นอนพวกเขาจะถูกล่อลวงและหลงระเริงไปกับความสวยงามของโลกดุนยาดังที่อัลกุรอ่านได้กล่าวว่า

"หมู่ ญินและมนุษย์ทั้งหลาย! บรรดาร่อซูลจากพวกเจ้ามิได้มายังพวกเจ้าดอกหรือ? โดยที่พวกเขาจะบอกเล่าแก่พวกเจ้า ซึ่งบรรดาโองการของข้า และเตือนพวกเจ้า ซึ่งบรรดาโองการของข้า และเพื่อนพวกเจ้า ซึ่งการพบกับวันของพวกเจ้านี้ พวกเขากล่าวว่า พวกข้าพระองค์ขอยืนยันแก่ตัวของพวกเข้าพระองค์เองและชีวิตความเป็นอยู่แห่ง โลกนี้ได้หลอกลวงพวกเขาและพวกเขาก็ได้ยืนยันแก่ตัวของพวกเขาเองว่าแท้จริง พวกเขานั้นเป็นผู้ปฏิเสธการศรัทธา" (อัล- อันอาม : 130)

เขาจะหมดชีวิตไปกับการแสวงหาดุนยา ความเอร็ดอร่อยของมันประหนึ่งสัตว์โลกทั่วไป ดังที่อัลกุรอ่านได้กล่าวว่า

"แท้จริงอัลลอฮ.จะทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลายเข้าสู่สวนสวรรค์หลากหลาย ณ เบื้องล่างสวนสวรรค์มีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นพวกเขาจะหลงระเริงและกินเยี่ยงปศุสัตว์กันและไฟนรกคือที่พำนักของพวกเขา" (มุหัมหมัด : 12 )

ผู้ที่รู้จักอัลลอฮฺเขาจะรู้สึกถึงความกว้างของชีวิตไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม หากพวกเขาเป็นผู้ยากไร้เขาจะอดทน เพราะเขารู้ว่าเบื้องหลังชีวิตที่มีความเสียหายนี้ยังมีชีวิตที่นิรันดร์อยู่ ซึ่งเป็นสถานที่อันบรมสุข หากเขาเป็นเศรษฐี เขาจะขอบคุณ (ชูกูร) เพราะวัตถุปัจจัยที่เขามีอยู่ ณ วันนี้ มันคือของฝากจากพระเจ้าที่ได้ทรงมอบความไว้วางใจ (อามานะฮ์) แก่เขา ดังที่ท่านรอซูล กล่าวว่า

“น่าอัศจรรย์สำหรับมุมิน ซึ่งทั้งหมดเป็นความดีสำหรับเขา เมื่อเขาประสบภัยเขาก็จะอดทน (ซอบัร) และเมื่อเขาได้รับความสุขเขาจะขอบคุณ” (รายงานโดย มุสลิม)

ตรงกันข้ามกับผู้ที่ไม่รูจักอัลลอฮฺ เขาจะรู้สึกว่าโลกนี้มันคับแคบ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ดังที่อัลลอฮฺกล่าวว่า

“และผู้ใดผินหลังจากการรำลึกถึงข้า แท้จริงสำหรับเขาคือ การมีชีวิตอยู่อย่างคับแค้น และเราจะให้เขาฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮ์ในสภาพของคนตาบอด” (ฏอฮา : 124)

ผู้ที่รู้จักอัลลอฮฺเขาจะแสวงหาความพอพระทัยจากอัลลอฮ์ในทุกกิจการงานเสมอ ในการดำรงชีวิตเขาจะไม่ทำสิ่งใดนอกจากสิ่งนั้นต้องเป็นที่โปรดปรานของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) แต่คนที่ไม่รู้จักอัลลอฮฺเขาจะทำสิ่งใดขึ้นอยู่กับอารมณ์และความต้องการ (นัฟซู) ของพวกเขา พวกเขาเอาอารมณ์เป็นพระเจ้าแทนอัลลอฮฺ



บทความเก่าสันติธรรม

 7 
 เมื่อ: 21 มกราคม, 2010, 03:52: AM 
เริ่มโดย คนคอน - กระทู้ล่าสุด โดย คนคอน
อันนี้ได้จากForword mail ของเพื่อนที่ในมอ ก็เลยไม่สามารถเอาแหล่งอ้างอิงที่ถูกต้องมาได้ อ่านแล้วคิดว่าน่าจะให้ข้อคิดหลายอย่างกับใครๆหลายๆคนที่กำลัง...  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ได้บ้าง ยิ้ม ยิ้ม

 8 
 เมื่อ: 21 มกราคม, 2010, 03:48: AM 
เริ่มโดย คนคอน - กระทู้ล่าสุด โดย คนคอน
ได้มาจาก forword mail ของเพื่อนๆในมอที่ส่งๆต่อๆกันมา เห็นแปลกๆดี เลยเอามาโพสไว้ เล่นๆ ขำ ขำ

 9 
 เมื่อ: 21 มกราคม, 2010, 03:34: AM 
เริ่มโดย คนคอน - กระทู้ล่าสุด โดย คนคอน
• :~ L O V E _ & _ T I M E ~: •
 
เลขา:
' ท่านคะ...มีคนจะขอ เรียนสายท่านค่ะ '

ผู้จัดการ:
' ใครครับ... '

เลขา:
' เขาบอกว่าชื่อ.. .ความรัก ค่ะ '

ผู้จัดการ:
' อืมม. ..บอกเค้าว่าผมงานยุ่งมาก '



... .. .เวลาผ่าน ไป. .. ...
 

เลขา:
' ท่านค่ะ.. .ความรัก ยัง  รอสายท่านอยู่ค่ะ '

ผู้จัดการ:
' อือ...บอกไปว่าผม.. .ไม่สะดวกรับสาย '



.. ... .ผ่าน ไป. ... ..
 

เลขา:
' ท่านคะ '

ผู้จัดการ:
' คุณ.. .ความรัก. .อีกเเล้วใช่ไหม.??
.. .บอกว่าผมงานยุ่ง ไว้ผมจะ... '

เลขา:
' ไม่ใช่ค่ะ..!!
มีคนจะคุยเรื่องงานค่ะ '



. ... ..ในวันที่ หัวใจว่างง งง ง. ... ..
 

mobile phone:
' You have 1 new message in your mailbox '

' .. ... .Please call.. Goodbye from ความรัก. ... .. '

ผู้จัดการ:
' ช่วยต่อสายความรักให้ผม หน่อย '

เลขา:
' ค่ะ.. . '



' .... .. ... .ตู้ดๆๆๆ ๆ ๆๆ ๆ. ... .. .... '
 

mobile phone:
' ความรักที่ท่านเรียกไม่สามารถ ติดต่อได้ในขณะนี้
กรุณาฝากข้อความเเละหมายเลขโทรกลับ... . '

เลขา:
' ติดต่อไม่ได้ค่ะ.. .
จะให้ฝากข้อความไหมคะ '

ผู้จัดการ:
' ไม่ต้อง '


เมื่อความเหงาเข้ามาเยือน... .แล้วเวลาก็ผ่านไป
ผ่านไป
.... .. . ...ผ่าน... . .. ....
 

mobile phone:
' ความรักที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้
กรุณาฝากข้อความเเละหมายเลขโทรกลับ '

ผู้จัดการ:
' ความรักครับ
คือ. ...
ผม...เห็นคุณเงียบหายไป ไม่รู้ว่าสบายดีไหม
ช่วงก่อนหน้านี้ผมงานยุ่งตลอด ไม่มีเวลาว่าง
ต้องขอโทษด้วย
ไม่รู้ว่าจะสายไปไหม ถ้า...จะบอกว่า
.. .ผมพร้อมที่จะมีความรักเเล้ว
ถ้าได้รับข้อความเเล้วช่วยติดต่อกลับด้วยนะครับ '



รอ รอ รอ
รออ อ
รอ
รอคอยความรักจนถึงวันหนึ่ง. .. ..
 

เลขา:
' ท่านคะ ความรักโทรมา
ให้ปฏิเสธไปเลยไหมคะ..ฮืม '

ผู้จัดการ:
' ไม่ต้อง.. .
รีบโอนสายมาเลย '

ผู้จัดการ:
' สวัสดีครับความรัก..
คุณหายไปไหนมา...??
ขอโทษด้วยนะครับ< SPAN>
ผมไม่มีเวลาใส่ใจ
ไม่เคยสนใจ..ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ผมไม่คิดว่าคุณ.. .จะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตผม
ผมขอโทษ...!!! '

ความรัก:
' ฉันไม่ได้โกรธอะไรหรอกค่ะ
ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
ความรักอย่างฉันก็มีหน้าที่ให้ความรักเสมอ...
เมื่อใดก็ตามที่คุณเปิดใจ ต้อนรับ
เมื่อนั้น...
คุณก็จะได้เป็นเจ้าของความรัก
เเต่ที่ผ่านมาไม่ได้ติดต่อก็เพียงเพราะว่า. ..
ฉันไม่ได้จ่ายค่าโทรศัพท์ค่ะ..!!!
เงิน.. .มีค่าเสมอเเม้กับความรัก
เเต่.. .อย่าให้ถึงขนาดว่า..
ความรัก ซื้อได้ด้วยเงิน

 10 
 เมื่อ: 21 มกราคม, 2010, 03:24: AM 
เริ่มโดย คนคอน - กระทู้ล่าสุด โดย คนคอน
เขาหรือเธอ...ที่ฉันเลือกแต่ง

 

بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْم
السلام عليكم ورحمة الله وبركا ته
 
                       อาบี..อาบี เค้าอะซานแล้วนะ ตื่นละหมาดได้แล้ว....!!!
                       อุมมี อุมมี ...เค้าอะซานแล้วนะ ตื่นละหมาดได้แล้ว....!!!


               หรือมันก็แค่ คำย้ำเตือนเพียงไม่กี่คำ ที่ไม่ทำให้ ชายหญิงเราในปัจจุบัน นำมาคิด นำมาพิจารณาถึงการเลือกคู่ครองของตนเองครับ  หรือการปลุกละหมาดมันไม่ได้เป็นสื่ออะไรเลยต่อความเป็นมุอมินผู้ศรัทธา และการใช้ชีวิตร่วมกันในครอบครัวครับ....หรือมันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆครับ พี่น้อง
                กี่มากน้อยแล้ว ที่ สามีเรา ภรรยาเรา ละเลยการละหมาดไป ละเลยซึ่งสิทธิและหน้าที่ ที่อันพึงมีต่อกัน อันเนื่องจากการที่ไม่ยอมย้ำเตือนกันในเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ครับ....
                อยากไหม! ใครสักคน... ที่คอยปลุกท่าน คอยย้ำเตือนท่าน เมื่อถึงเวลาหนึ่ง เวลาที่ใครๆเค้าแสวงหาความโปรดปรานกัน.....เวลาหนึ่งที่ทำให้ชีวิตท่านนั้น เปลี่ยนครับ


                มันอาจจะเป็นเรื่องที่ง่ายนัก หากเราจะเลือกใครสักคน เขานั้นเป็นคนดี เขานั้นเป็นที่พอใจในสายตาเรา แต่มันอาจจะเป็นเรื่องที่ยากนะ หากเขาคนนั้นที่เราเลือก จะเป็นพ่อที่ดีของลูก จะเป็นแม่ที่ดีของลูก หรือจะคอยเป็นคนที่คอยปลุกละหมาดท่าน คอยย้ำเตือนท่าน ในยามที่ท่านเหนื่อย ท่านล้าจากการทำงานหรืออื่นๆได้ ครับ


         พี่น้องครับ..
                ความวาดฝันของใครหลายๆคน กับใครสักคนหนึ่งที่จะเลือกให้เป็นคู่ครองของตนก็คงหนีไม่พ้น หนุ่มๆรูปหล่อ สาวๆรูปงาม บุคลิกดี วาทะกินใจ และมีอีหม่านใช่ไหมครับ
                  แต่จะมีสักกี่คนหล่ะ  ที่เขาจะเลือกคัดสรรค์ได้ดั่งที่ตัวเองคิด ตัวเองได้ฝันเอาไว้แล้ว ก็ในเมื่อความเป็นจริงในทุกวันนี้ เรามักจะเลือกใครสักคนหนึ่งด้วยกับความสวย ความหล่อของเขา และด้วยกับวาทะอันกินใจเพียงไม่กี่คำ บวกกับรอยยิ้มของเขา เราก็ฝ่อแล้วซึ่งอีหม่านที่มีอยู่ ซึ่งมันไม่แปลกนักหากสิ่งดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นกับเราโดยง่าย อันเนื่องจากเรานั้นอ่อนแอในด้านอีหม่าน อ่อนแอในด้านร่างกาย จิตใจ และการเรียนรู้ของหลักการศาสนาครับ..


                  กี่มากน้อยแล้ว ที่เรามักจะลือกใครสักคนหนึ่งเพียงแค่ได้เจอกันเพียงไม่กี่ครั้ง เพียงไม่กี่หน ด้วยกับคำว่า  "รักแรกพบ" เราก็ตกลงปลงใจกันแล้ว หรือเพราะเราเจอเขา อันเนื่องจากที่เขาอยู่ มหาลัยเดียวกันกับเรา เขาทำงานชมรมร่วมกับเรา เขาเคยช่วยเหลือเราเพียงไม่กี่หน...ด้วยกับความสัมพันธ์กับคำว่าเพื่อนที่ ได้ทำงานร่วมกันเพียงไม่กี่ครั้ง ไม่นานนัก เราก็ตกลงใจกับเขาแล้ว ก็เพราะเขาหน้าตาดี เขานั้นทำงานเก่ง เขานั้นพูดตลกน่ารักดี เป็นนักทำงานศาสนา เป็นนักกิจกรรม  แต่พี่น้องรู้ไหมสิ่งดังกล่าวนี้เพียงพอไหมกับการที่เขาจะเป็นพ่อที่ดีของ ลูก เป็นแม่ที่ดีของลูก เพียงพอไหม....


                 พี่น้องครับ อิสลามมิได้ให้เรานิ่งเฉยต่อการพิจารณาสิ่งดังกล่าวนะครับ แต่อิสลามเน้นหนักว่า หากเราพิจารณาปัจจัยแค่ภายนอก เรานั้นแหละจะต้องคลุกฝุ่น เรานั้นแหละจะต้องเป็นทุกข์ และเรานั่นแหละที่จะต้องเสียใจ เรามักจะมองว่า คนทำงานศาสนา นั้นแหละ ใช่เลย นั่นแหละดีเลย สำหรับเรา แต่ไม่ ไม่ ไม่ครับ เราลองพิจารณาให้ดีๆซิ เราลองพิจารณาให้นานๆซิ และเราลองสืบสาวราวความให้ดีๆซิ แล้วเราจะรู้ว่าเขาคนนั้นที่เราเลือกพิจารณา เขาเป็นคนอย่างไร มีความรู้แต่ขาดซึ่งความตักวาไหม......มีความรู้แต่ขาดอีหม่านไหม....
 
                  บางทีนะ ชายหรือหญิงที่เราคิดว่าดีและเหมาะกับเรา อาจไม่ใช่เขาคนนั้นที่เราเลือกแต่งก็ได้ หากแต่ชายหรือหญิงที่เราคาดไม่ถึงต่างหากหล่ะที่อาจจะเป็นคู่ครองของเราใน อนาคต..อินชาอัลลอฮ
 
                  โอ้พี่น้องชายและพี่น้องหญิงเอ๋ย มันคุ้มกันแล้วหรือ ที่ท่านจะเลือกคู่ครองของท่าน ให้มาเป็นพ่อของลูก เป็นแม่ของลูก หากท่านไม่พิจารณาถึงหลักการศาสนาครับ..หากเป็นเช่นนั้น นั่นหมายรวมว่า.เขายังไม่สามารถสร้างแบบอย่างที่ดีให้แก่ตัวเขาเองได้เลยใช่ ไหม แล้วเขาจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกๆของเรา พี่น้องของเรา และญาติสนิทของเราได้อย่างไรครับ และที่สำคัญ...เขาคนนั้นที่เราเลือกจะนำตัวเขาเอง จะนำเรา ลูกๆของเราห่างพ้นจากไฟนรกกันได้หรือครับ......ลองพิจารณาและทบทวน เขาคนนั้นอีกสักครั้งเถอะนะ...
 
                  อย่าเพิ่งชะล่าใจ อย่าเพิ่งใจร้อนในการพิจารณานะ...
        อัลลอฮ(ซ.บ)ทรงตรัสไว้ในซูเราะห์..อัตตะหรีม อายะฮที่ 6 ว่า "โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงคุ้มครองตัวของพวกเจ้าและครอบครัวของพวกเจ้าให้พ้นจากไฟนรก ....."
 
พี่น้องครับ
                เมื่อเราชะล่าใจ ความลดไปซึ่งความสวยและความลดไปซึ่งความหล่อที่ไม่เข้าใครออกใคร ความจนได้เข้ามา ความแก่ชรามาถึงแล้ว อะไรหล่ะครับ  ที่จะเป็นหลักประกันได้ว่า  เขาหรือเธอจะไม่ทำให้คุณเสียใจ จะไม่รังแกคุณ จะไม่อธรรมคุณ และจะไม่ทอดทิ้งคุณ เมื่อความสวยของคุณ เมื่อความจนของคุณ และความแก่ของคุณ ได้มาถึงเมื่อวันหนึ่งวันนั้นครับ...พี่น้อง...แล้วใครเล่าที่จะเจ็บ
 
                ลองสำรวจตัวเองสักหลายๆครั้ง ถามตัวเองอีกสักครั้งนึง ว่าฉันเป็นคนซอลิฮแล้วหรือยัง ฉันเป็นผู้ศรัทธาจริงแล้วหรือ...ฉันรู้จักอัลลอฮมากน้อยไหม และฉันรู้จักรอซูลมากน้อยเพียงใด และอามาลของเราเพียงพอไหมที่หากวันนึงฉันถูกถอนวิญาณไปครับ.....
               ซึ่งหากเราหมั่นตรวจสอบตัวเอง ทบทวนตัวเอง ขัดเกลาตนเอง แล้วเราแสวงหาความรู้ที่ถูกต้องและดำเนินตามแนวทางอิสลามแล้วไซร์ แม้เราจะผิดพลาดบ้าง อีหม่านอ่อนบ้างในบางครั้ง แน่นอน ความรู้ที่ได้จากการที่เราแสวงหาอันเนื่องจากการทบทวนตัวเองนั้น ย่อมมาซึ่งความเข้าใจในการนำไปใช้ในการเลือกคู่ครอง และให้ความไว้วางใจต่อพระองค์อัลลอฮ ในเรื่องดังกล่าวที่พระองค์จัดเตรียมให้ตามความเหมาะสมและเป็นการดีสำหรับ หลังแต่งงานไปนะ...อินชาอัลลอฮ
 
             ท้ายนี้ คงไม่มีสาวๆหรือหนุ่มๆคนไหนใช่ไหม ที่จะยอมให้น้ำตาของเราสูญเสียไป เพราะผิดหวังจากรักร้าว มากกว่าน้ำตาจะไหลรินอันเนื่องจากการขัดเกลาจิตใจให้อ่อนโยน และมอบหมายต่อพระองค์ในเรื่องนี้ และก็คงไม่มีใครหรอกนะครับที่อยากให้สาวๆหรือหนุ่มๆของฉัน จากฉันไปเพราะฉันนั้นประสบกับการทดสอบอย่างหนึ่ง แล้วเขาคนนั้นรับไมได้....หากเขานั้นไม่มองที่ศาสนาฉันที่มีอยู่...และนี่ แหละครับคือเหตุผลว่าทำไม เราต้องพิจารณาเรียนรู้และจัดการกับความรักให้เป็นไปตามแนวทางของอิสลาม..
 
ลองพิจารณากันเถิดนะ...
 
โอ้ลักษณะชายเอ๋ย ที่หญิงควรเลือกหาพิจารณา
             มีชายคนหนึ่งถามท่านหะสัน บิน อาลี ว่า "ฉันมีลูกสาวคนหนึ่ง แล้วชายมีลักษณะอย่างไรที่ฉันควรเลือกเป็นสามีนาง ? ท่านตอบว่า "ชายที่มีความยำเกรงต่ออัลลอฮ ซึ่งเขามีความสุข เขาก็จะให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่หากเขาทุกข์ เขาก็จะไม่กระทำที่ทารุณโหดร้าย" (ดูฟิกฮุส สุนนะฮ ของสัยยิด สาบิก)

 โอ้ลักษณะหญิงเอ๋ย ที่ชายควรเลือกหาพิจารณา
              ท่านรอซูล(ซ.ล)กล่าวว่า "เจ้าจงออกห่างจากความงามที่มีพิษ ศอฮาบะฮถามว่า ความงามที่มีพิษนั้น หมายถึงอะไร ? ท่านตอบว่า "สตรีที่สวยงาม แต่มีจิตใจที่ร้าย"
(บันทึกโดย อันนะซาอีย์)
 
               พิจารณาให้ดีๆหล่ะ อย่าสักแต่ว่า ฉันจะแต่งงาน ฉันจะเลือกคนหล่อๆ ฉันจะเลือกคนสวยๆเพียงนั้นนะพี่น้อง
 
ขอด้วยหล่ะ

     ข้า แต่พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระองค์โปรดประทานแก่เรา ซึ่งคู่ครองของเราและลูกหลานของเรา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตาของเรา และทรงทำให้เราเป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้ยำเกรง
 
والسلام عليكم ورحمة الله وبركاته

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
Dedicated hosting by Thaiwebnet.com  มุสลิมนครดอทคอม นครศรีธรรมราช