หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คำศัพท์จากเทพนิยายของวรรณคดี  (อ่าน 1084 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
legor
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 107


เว็บไซต์
« เมื่อ: 03 ธันวาคม, 2008, 03:02: AM »

 คำศัพท์และสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันนั้น มีที่มาหลากหลาย บ้างก็มาจากบุคคลที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ บ้างก็มาจากวีรบุรุษในตำนานวรรณคดี บ้างก็มาจากคัมภีร์ทางศาสนา เราน่าจะลองศึกษาถึงที่มาอันน่าสนใจเหล่านี้ดูบ้าง ซึ่งจะทำให้ได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินในเวลาเดียวกัน ก่อนอื่นต้องขอบอกว่านี่เป็นแค่ที่มาของคำศัพท์ภาษาอังกฤษเท่านั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เสมอไป

Adam’s rib หมายถึง ซี่โครงของนบีอาดัม  ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ใช้หมายถึงผู้หญิง จากคัมภีร์อัลกุรอานกล่าวว่า อัลเลาะฮฺ(ซ.บ.) ทรงสร้างนบีเฮาวาอฺมาจากซี่โครงของท่านนบีอาดัม ซึ่งชื่อของท่านในภาษาอังกฤษก็คือ อีฟ(Eve)นั่นเอง



Adam’s curse    หรือคำสาบของอาดัม เป็นคำที่ใช้เรียกงานหนักตรากตรำของมนุษย์เรา ซึ่งเป็นการลงโทษที่นบีอาดัมละเมิดคำสั่งของพระเจ้า โดยที่ไปกินผลไม้ต้องห้ามของต้นไม้ที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Tree of Knowledge of Good and Evil จากการหลอกล่อของอิบลีสที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Satan หรือ Serpent นั่นเอง



Adam’s apple หมายถึงลูกกระเดือก จากตำราทางวรรณคดีของพวกฝรั่งเขาบอกว่าเกิดจากการที่ นบีอาดัมไปกินผลไม้ต้องห้าม(ใช้ผลเอปเปิ้ลแทนผลไม้นั้น) เลยกลายเป็นลูกกระเดือกสำหรับผู้ชาย ส่วนผู้หญิง นบีเฮาวาอฺกินผลไม้เข้าไปก่อนและกลืนลงไปแล้วจึงกลายเป็นประจำเดือน ในขณะที่นบีอาดัมยังไม่ทันได้กลืน เลยติดอยู่ที่คอกลายเป็นลูกระเดือกไป นี่เป็นที่มาของคำศัพท์ภาษาอังกฤษเท่านั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เสมอไป



Adam’s  ale  หมายถึงเครื่องดื่มสีจาง คำศัพท์ตัวนี้ หมายถึงน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่มนุษย์คนแรกมีไว้สำหรับดื่ม


Achilles heel หมายถึงจุดอ่อน เพราะเฮอร์คิวลิสมีจุดอ่อนตรงส้นเท้าเท่านั้น สำนวนนี้หมายถึง จุดอ่อนทั้งทางกายและทางใจ เช่น
the party knows that its group of extremists might well be its Achilles heel. หมายความว่า พรรครู้ว่ากลุ่มหัวรุนแรงทางการเมืองในพรรคอาจเป็นจุดอ่อนของพรรคได้



Atlas    แอตลาส เป็นยักษ์ตนหนึ่งในตำนานกรีก ต้องทำหน้าที่แบกโลกไว้ตลอดชีวิต เป็นการลงโทษที่มีส่วนร่วมในแผนโค่นซุส คำว่า atlas ถูกนำมาใช้เพื่อหมายถึง หนังสือแผนที่ หลังจากที่มีการพิมพ์ภาพแอตลาสไว้ที่ปกในของหนังสือรวมแผนที่ ซึ่งพิมพ์โดยช่างทำแผนที่ชื่อ Mercantor ตอนปลายศตวรรษที่สิบหก


Chaos-chaotic  ถ้าจะเปรียบเทียบในเชิงวิทยาศาสตร์ เคออสเห็นจะได้แก่มวลสารที่ละลายกลายเป็นกลุ่มหมอกเพลิงลอยคว้างอยู่ในอวกาศ ไม่มีรูปร่างที่แน่นอน มันจึงมีความหมายคลุมไปถึงความไม่มีระเบียบด้วย ดังนั้นคำว่า chaotic ซึ่งใช้เป็นคุณศัพท์ จึงมีความหมายว่ายุ่งเหยิง สับสน ไม่มีระเบียบใดๆ ทั้งสิ้น


Flora-flora  ฟลอรา เป็นเทพีแห่งบุปผชาติของโรมัน ทำหน้าที่ปกป้องทั้งดอกไม้ ผลไม้และพืชผักด้วย ดังนั้นชื่อของเธอคือ flora จึงถูกยืมไปใช้เป็นศัพท์ทางเทคนิคอันมีความหมายว่าพืชพันธุ์ไม้ประเภทต่างๆ ในท้องถิ่นหรือยุคใดยุคหนึ่ง



Hypnos-hypnotism,hypnotic  ชื่อนี้เป็นชื่อเทพเจ้าของการนอนหลับ มีลูกๆ คือ Dreams ในถ้ำบนเกาะที่มีชื่อว่า Lemnos ภายนอกถ้ำนั้นปลูกฝิ่นและสมุนไพรอื่นๆ ที่จะเอามาทำยาให้คนหลับ อย่าคิดมากนะครับ มันแค่ Mythology อันเป็นที่มาของคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ในวงวิชาการด้านต่างๆ ฮิปนอส จะมาพร้อมความฝันเสมอ ดังนั้นคำว่า hypnotic จึงแปลว่าเหมือนกับนอนหลับ คือไม่รู้สึกตัว ถูกสะกด hypnotism ก็คือการสะกดจิตซึ่งทำให้ไม่รู้สึกตัวนั่นเอง



Luna-lunacy,lunatic  ลูนาคือเทพีแห่งดวงจันทร์ของพวกโรมันโบราณ เทียบเท่ากับ Selene (เซลีนี) ของพวกกรีกโบราณ เนื่องจากดวงจันทร์มีความสัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์ในหลายๆ ด้าน เช่น การเพาะปลูก ซึ่งขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของดวงจันทร์ นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อของคนโบราณว่า แสงจันทร์สามารถทำให้คนเป็นบ้าได้ ดังนั้น คำว่า Lunacy จึงหมายความว่า ความบ้าที่เกิดจากการจ้องมองดวงจันทร์ และ คำว่า Lunatic ก็หมายถึงคนบ้านั่นเอง คำนี้ใช้เป็นคุณศัพท์แปลว่าบ้าได้ด้วย



Mercurial  ผู้ที่มีลักษณะ mercurial มักจะเปลี่ยนใจได้อย่างกระทันหัน โดยคาดคะแนล่วงหน้าไม่ได้ คุณศัพท์ตัวนี้มาจากชื่อของ Mercury ซึ่งเป็นเทพแห่งการค้า การเดินทาง การสื่อสาร และอีกหลายๆ อย่างของพวกโรมัน นอกจากนั้นยังเป็นที่มาของชื่อดาวเคราะห์ คือ Mercury หรือ ดาวพุธ และชื่อสารชนิดหนึ่ง คือ ปรอท ความหมายของคุณศัพท์ Mercurial สะท้อนให้เห็นความหมายหลังนี้ เพราะปรอทเป็นสารที่ไหลได้อย่างรวดเร็วจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง



Mars-martial   มาร์สคือเทพเจ้าแห่งสงครามของโรมัน เดือนของมาร์ส คือ March มาร์สเป็นเทพเจ้าที่พวกทหารโรมันนับถือกันในอดีต คำว่า martial จึงมีความหมายว่า เกี่ยวข้องกับการสู้รบหรือการสงคราม เช่น court martial คือศาลทหาร หรือ martial law ซึ่งหมายถึงกฏอัยการศึก  ***ในอดีตกาลนั้นพวกโรมันโบราณ มันมีฤดูกาลสู้รบไล่ฆ่าฟันเขาไปทั่ว เพื่อขยายอาณาจักร (Roman Empire) ซึ่งน่าจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมตามปฏิทินสุริยคติ  มีฤดูกาลพักรบ และฤดูกาลเพาะปลูก***



Oedipus-Oedipus complex    อีดิปัสเป็นโอรสของกษัตริย์ Lius (ไลอัส) และพระนาง Jocasta (โจคัสตา) แห่งธีบส์ อีดิปัสถูกนำไปทิ้งตั้งแต่เกิด เพราะมีคำทำนายว่าจะฆ่าบิดาของตัวเอง มีผู้เก็บอีดิปัสไปถวายเจ้าเมือง Corinth (โครินธ์) ซึ่งเลี้ยงดูอีดิปัสเหมือนลูก พอโตขึ้นก็มีผู้ทำนายอีกว่าเขาจะฆ่าบิดาและแต่งงานกับมารดาที่เก็บเขามาเลี้ยงดู อีดิปัสจึงหนีออกจากเมืองคอรินธ์ และได้พบบิดาตัวจริงโดยบังเอิญ เกิดทะเลาะแย่งทางกันจึงฆ่าบิดาตาย
  ในระหว่างนั้นตัว Sphink ซึ่งเป็นสัตว์ประหลาดมีหน้าเป็นผู้หญิง ตัวเป็นสุนัข หางเป็นงู มีปีก อุ้งเท้าเป็นสิงโตและพูดได้ ออกอาละวาดถามปัญหา ถ้าใครตอบไม่ได้ก็จับกิน อีดิปัสตอบปัญหาของสฟิงซ์ได้ ตัวสฟิงซ์จึงฆ่าตัวตาย
จากนั้นบัลลังก์เมืองธีบส์ว่างอยู่ อีดิปัสจึงได้ขึ้นครองและแต่งงานกับพระนางโจคัสตามารดาของตัวเอง ได้เกิดข้าวยากหมากแพงขึ้น โหรก็ทำนายว่าเป็นเพราะอีดิปัสเป็นเหตุ เนื่องจากฆ่าบิดา และแต่งงานกับมารดาของตนเอง เมื่อรู้ความจริงพระนางโจคัสตาจึงฆ่าตัวตายด้วยความละอาย ส่วนอีดิปัสก็ควักลูกตาของตนเองเสีย และต้องแร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ กัน จากเรื่องราวของอีดิปัส เราได้ศัพท์ทางจิตวิทยา เรียกเด็กชายที่มีความผูกพันกับมารดา หรือเด็กผู้หญิงที่ผูกพันกับบิดามากจนมีลักษณะหวงแหนผิดปกติว่ามี Oedipus complex หรือปมอีดิปัส

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
Dedicated hosting by Thaiwebnet.com  มุสลิมนครดอทคอม นครศรีธรรมราช