หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถานพยาบาลในอาณาจักรอิสลาม  (อ่าน 419 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
คนคอน
Jr. Member
**
กระทู้: 57


น้ำที่ไม่เต็มแก้ว


« เมื่อ: 18 มกราคม, 2010, 03:39: PM »

สถานพยาบาลในอาณาจักรอิสลาม
อาทิตย์ ที่ 27 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2552


เขียนโดย อ.อาลี เสือสมิง
        เหตุที่ศาสนาอิสลามได้ให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ การเยียวยารักษาอาการป่วยไข้ ตลอดจนความเป็นปกติสุขของมนุษย์ในการดำรงชีวิตในดินแดนของชาวมุสลิมเมื่อ ครั้งอดีต จึงมีสถานพยาบาลปรากฏอยู่เป็นอันมาก โดยเฉพาะตามหัวเมืองใหญ่ หรือราชธานีของรัฐมุสลิมอิสระ ซึ่งบรรดาผู้ปกครองได้สร้างสถานพยาบาลขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยและคนไข้โดย ทั่วไป พร้อมทั้งอุปกรณ์และส่งเสริมกิจการของสถานพยาบาลด้วยคณะแพทย์ผู้ชำนาญการ ตลอดจนหยูกยาและอุปกรณ์การแพทย์ซึ่งทันสมัยที่สุดในยุคนั้น (ยุคกลาง)
        ชาวมุสลิมในยุคกลาง เรียกสถานพยาบาลว่า “บีมาริสตาน” หรือ “อัลมาริสตาน” ซึ่งเป็นคำในภาษาเปอร์เซีย หมายถึง สถานที่ซึ่งเตรียมพร้อมสำหรับรักษาผู้ป่วยและการพักฟื้นตรงกับคำในภาษา อาหรับว่า อัล-มุสตัชฺฟา มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า สถานพยาบาลแห่งแรกถูกสร้างขึ้นในนครดามัสกัส (ซีเรีย) โดยค่อลีฟะห์ อับดุลมาลิก อิบนุ มัรวาน แห่งราชวงศ์อุมาวียะห์ ราวปี ฮ.ศ.88  (คศ.707) ต่อมาภายหลังการสร้างสถานพยาบาลก็เป็นที่นิยมแพร่หลายไปยังส่วนต่างๆ ของโลกอิสลาม และเจิรญถึงขีดสุดในช่วงคริสตศตวรรษที่ 14-15 (ศตวรรษที่ 8-9 แห่งฮิจเราะห์ศักราช) ในนครแบกแดด , ดามัสกัส , ชีราช และอิสฟาฮานฺเป็นต้น ล้วนแต่มีสถานพยาบาลที่ทันสมัยในยุคกลาง นอกเหนือจากอาคารสถานพยาบาลที่ยังถือเป็นแหล่งรวมความงดงามทางสถาปัตยกรรม อิสลามอีกด้วย
 
        กล่าวกันว่า สถานพยาบาล (อัล-บีมาริสตาน) แห่งแรกในอียิปต์ก็ถูกสร้างขึ้นโดยบัญชาของอะห์หมัด อิบนุ ตูลูน ในนครอัลก่อตออิอฺ ราชธานีและศูนย์กลางการปกครองของอะห์หมัด อิบนุ ตูลูน ในปี ฮ.ศ.259 (คศ.873) ส่วนหนึ่งจากกฏระเบียบการใช้บริการ สถานพยาบาลแห่งนี้ก็คือ เมื่อคนไข้เข้าสู่สถานพยาบาลก็จะต้องถอดเสื้อผ้าและทรัพย์สินมีค่าติดตัวมา ด้วยมอบฝากไว้กับเจ้าพนักงานฝ่ายของสถานพยาบาล แล้วเปลี่ยนชุดแบบฟอร์มของคนไข้ที่จัดเตรียมไว้ให้ คนไข้จะมีเตียงเฉพาะของตน และจะได้รับการรักษาจนกระทั่งหายป่วย การที่จะได้รู้ว่าคนไข้หายป่วยแล้วนั้นก็พิจารณาจากอาหารที่ให้คนไข้รับ ประทาน ซึ่งมักจะเป็นซุปลูกนกกับขนมปังแผ่น
        เมื่อคนไข้ที่ได้รับการรักษามาช่วงระยะเวลาหนึ่ง สามารถรับประทานอาหารมื้อนี้ได้โดยไม่มีอาการผิดสำแดงหรือไม่มีปฏิกิริยา “แอนตี้ บอดี้” เช่น อาเจียน , ปวดท้อง ฯลฯ ก็แสดงว่าอาการของผู้ป่วยทุเลาลงหรือหายเป็นปกติแล้ว เจ้าพนักงานของสถานพยาบาลก็จะนำเอาเสื้อผ้าและทรัพย์สินติดตัวของผู้ป่วยที่ รับฝากไว้มาคืนให้ และอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ ส่วนกรณีหากว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงขณะได้รับการรักษา ทางสถานพยาบาลก็จะจัดการศพให้โดยเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดอีกด้วย
 
        สถานพยาบาล (อัลบีมาริสตาน) “อัลมันซูรีย์” ซึ่ง สร้างโดยซุลตอน อัลมันซูร ก่อลาวูน แห่งราชวงศ์มัมลูกียะห์ ในกรุงไคโร ราวปีฮ.ศ.689 (คศ.1290) นั้น นอกจากเป็นสถานพยาบาลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุคกลางแล้ว ยังนับเป็นผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรมอิสลามอีกด้วย
       อิบนุ บัตตูเตาะห์ นักเดินทางชาวมอรอคโค ได้บันทึกเกี่ยวกับสถานพยาบาลแห่งนี้ว่า “มีความงดงามสุดที่จะบรรยายได้” ส่วนอัลบัลวีย์ นักเดินทางชาวมอรอคโคอีกรายหนึ่ง บันทึกว่า “สถานพยาบาล อัลมันซูรีย์ มีสถาปัตยกรรมและรูปทรงเหมือนปราสาทขนาดใหญ่ อลังการในด้านความใหญ่โต โอ่งโถงและงดงามยิ่งนัก ไม่เคยพบเคยเจอในบ้านอื่นเมืองอื่นมาก่อนเลย”


        มีข้อความระบุในราชกิจจานุเบกษา ประกาศการอุทิศสถานพยาบาลแห่งนี้เพื่อศาสนสมบัติของซุลตอน กอลาวูน ว่า “พระองค์ ทรงมีดำริในสถานพยาบาลแห่งนี้เพื่อให้บริการรักษาแก่ผู้ป่วยอิสลามมิกชนทั้ง ชายและหญิง ทั้งคหบดีและผู้ขัดสน ในกรุงไคโรและเขตปริมณฑล ทั้งผู้มีนิวาสถานในเขตทั้งสองตลอดจนผู้ที่เดินทางมายังกรุงไคโร โดยไม่แยกเชื้อชาติและชนิดของโรค.....ฯลฯ”
 
        เมื่อผู้ป่วยรับการรักษาจนหายดี ทางสถานพยาบาลก็จะอนุญาตให้ผู้ป่วยออกจากสถานพยาบาลได้โดยมีของกำนัลให้ ตลอดจนเครื่องนุ่งห่มเอาไว้ใช้สอยอีกด้วย ทางสถานพยาบาลยังมีบริการนอกสถานที่แก่ผู้ป่วยที่อยู่ตามเคหะสถานในเรื่อง หยูกยาอีกด้วย ซึ่งในบางครั้งมีมากกว่า 200 ราย นอกจากนี้ยังมีบริการแก่ผู้ป่วยนอกที่ต้องการตรวจโรค และจ่ายยาให้เพื่อใช้กินที่บ้าน ซึ่งเราเรียกว่า “คลีนิคผู้ป่วยนอก” ในปัจจุบัน อัลบัลวีย์ได้บันทึกว่ามีผู้ใช้บริการสถานพยาบาลแห่งนี้เป็นจำนวนหลายพันคน
        สถานพยาบาล “อัลมันซูรีย์” ยัง แยกแผนกออกเป็น 2 ส่วน แผนกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยชาย และอีกแผนกหนึ่งให้บริการแก่ผู้ป่วยสตรี แต่ละแผนกจะแบ่งออกเป็นห้องโถงต่างๆ (อัลกออ๊าต) เช่น ห้องโถงสำหรับโรคภายใน ห้องโถงสำหรับผ่าตัด ห้องโถงสำหรับโรคตา และห้องโถงสำหรับการเข้าเฝือก ห้องโถงสำหรับโรคภายในนั้นยังแบ่งซอยออกเป็นแผนกต่างๆ เช่นแผนกผู้ป่วยทั่วไป แผนกเกี่ยวกับโรคทางเดินอาหาร เป็นต้น
        ผู้ป่วยแต่ละแผนกจะมีเตียงนอนเฉพาะ , ตู้เสื้อผ้า , หมอน , ผ้าห่ม , ผ้าปูเตียง และจะมีแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะโรคคอยรักษาคนไข้ มีเภสัชกรคอยปรุงยาตามใบสั่งยา พนักงานปูเตียง พนักงานซักล้างเสื้อผ้าผู้ป่วย และมีห้องครัวขนาดใหญ่สำหรับเตรียมอาหารให้กับผู้ป่วย ภาชนะใส่อาหารจะถูกปิดอย่างดีเพื่อกันการปนเปื้อน และผู้ป่วยแต่ละคนจะมีภาชนะใช้สอยเฉพาะไม่ใช้ปะปนกัน
        สำหรับผู้ป่วยรายใดที่เสียชีวิต ทางสถานพยาบาลจะจัดการอาบน้ำศพ ห่อผ้าศพ (ก่าฟั่น) โดยจะจ่ายค่าทำศพให้ ตลอดจนค่าจ้างคนอาบน้ำศพ คนขุดสุสาน และจะจัดทำพิธีทางศาสนาให้อย่างครบถ้วน
 
        ในส่วนของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางสมอง (คนบ้า , วิกลจริต) ก็ได้รับการดูแลเช่นกัน ใน “อัลอักดุ้ลฟ่ารีด” และ “ญิฆรอฟียะห์” ของ อัลยะอฺกูบีย์ ระบุว่ามีโรงพยาบาลสำหรับคนบ้าและผู้ป่วยทางสมองตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมหานคร แบกแดด บริเวณเขตดีร ฮิรอกลฺเก่าในสถานพยาบาลของอะห์หมัด อิบนุ ตูลูน ที่นครอัลก่อตออิอฺ ก็มีแผนกเฉพาะสำหรับผู้ป่วยประเภทนี้เช่นกัน ท่านอิบนุ ณุบัยรฺ นักท่องโลกระบุว่า สถานพยาบาลในกรุงดามัสกัสก็มีแผนกเฉพาะสำหรับรักษาผู้ป่วยทางสมอง ในส่วนของสถานพยาบาลที่ตั้งอยู่ในกรุงไคโรนั้น จะมีสวนพฤกษชาติสำหรับผู้ป่วยทางสมอง ให้ใช้เป็นสถานที่ออกกำลังและผ่อนคลาย โดยมีการอ่านคัมภีร์อัลกุรอ่านให้ผู้ป่วยฟังอีกด้วย
 ที่มา  http://www.alisuasaming.com/index.php/writing/tell-stories/502-tell90-14

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
Dedicated hosting by Thaiwebnet.com  มุสลิมนครดอทคอม นครศรีธรรมราช